สาวเหล็กโนแอลคัพ ปรับเปลี่ยนการทำงานเชิงรุก สร้างนิเวศสุขภาวะและพื้นที่โอบอุ้ม กลุ่ม LGBTQ
ศุภกิตติ์ คุณา

มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตและลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพในกลุ่ม LGBTQ ณ โรงแรมเรดิสันดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ภายใต้ประเด็น “พื้นที่โอบอุ้ม ดูแล และนิเวศสุขภาวะในกลุ่ม LGBTQ” เพื่อสร้างความเข้าใจและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชน โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นักกีฬาวอลเลย์บอลสาวเหล็ก No L Cup จาก 4 ภาค, สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก, มูลนิธิเอ็มพลัส, Thai PBS, และนักวิชาการจากหลายสถาบัน

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และประธานในพิธีเปิดเผยว่า งานนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการทำงานด้านสุขภาวะของกลุ่มหลากหลายทางเพศ โดยปรับเปลี่ยนทิศทางจากการรณรงค์แบบตั้งรับในอดีต มาสู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาวะและพื้นที่โอบอุ้มดูแล หรือ Inclusive Health Ecosystem แบบเชิงรุก ซึ่งใช้กิจกรรมกีฬาและเครือข่ายชุมชนเข้ามาเป็นแกนนำหลักในการสร้างความเข้มแข็ง
กิจกรรมสำคัญของเวทีนี้คือการถอดบทเรียนจากความสำเร็จของกิจกรรมวอลเลย์บอลสาวเหล็ก No L Cup ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่ากีฬาเป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการที่สามารถสลายอคติทางเพศ สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และเปลี่ยนสนามแข่งให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยไม่พึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดพื้นที่ให้นักกีฬาแสดงออกถึงอัตลักษณ์ การแต่งกาย และการแต่งหน้าได้อย่างอิสระ ควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรการงดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และงดใช้บุหรี่ไฟฟ้า (Pod) อย่างจริงจังตลอดการแข่งขัน

ทางด้าน ดร.ยุคนธร พรมเดช ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศฯ จังหวัดลพบุรี สะท้อนปัญหาว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ชนบทมักเผชิญความรุนแรงในครอบครัวจนถูกผลักให้กลายเป็นคนไร้บ้าน โดยมีแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นร่วม การรวมกลุ่มผ่านทีมวอลเลย์บอลจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนเครือญาติทางเลือก (Chosen Family) ที่ช่วยโอบอุ้มจิตใจ พร้อมทั้งได้นำเสนอนวัตกรรมธนาคารเวลาสีรุ้ง (Rainbow Time Bank) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนทักษะและเกื้อกูลชีวิตร่วมกันเปรียบเสมือนตาข่ายทางสังคม
สำหรับการต่อยอดในอนาคต คุณนภสภณ กริชยานนท์ ผู้ฝึกสอนทีมประเสริฐนิกรกุล ได้เสนอให้ขยายผลการจัดการแข่งขันไปยังกลุ่มเยาวชนอายุ 12–18 ปี เพื่อสร้างการเรียนรู้ ปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และป้องกันการเกิดนักดื่มหรือผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ ขณะที่ อาจารย์ชูวิชญ์ ทองใบ ผู้อำนวยการองค์กรพิ้งมังกี้ (ประเทศไทย) จ.ลพบุรี มองว่ารายการนี้สามารถส่งต่อยอดไปสู่ระดับโลกอย่างเวที Bangkok World Pride 2030 ได้

ในช่วงท้ายของกิจกรรม ได้มีการสรุปภาพรวมถึงสถานการณ์ความเปราะบางของเยาวชนและกลุ่ม LGBT ทั้งในเรื่องการเข้าไม่ถึงความรู้ด้านสุขภาวะ ปัญหาครอบครัว และสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อสารเสพติด โดยข้อค้นพบทั้งหมดจากเวทีนี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการวางแผนพัฒนากิจกรรม ออกแบบพื้นที่ปลอดภัย ส่งเสริมเพศวิถีศึกษาที่ถูกต้อง ลดการตีตราทางสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มหลากหลายทางเพศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป