Back to articles
Uncategorizedข่าวพลังสังคม

สสส.และภาคีเครือข่าย เผยบทเรียนสงกรานต์ 2569 ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงาน

ศุภกิตติ์ คุณา

ศุภกิตติ์ คุณา

21 เมษายน 2569Updated 28 เมษายน 2569
สสส.และภาคีเครือข่าย เผยบทเรียนสงกรานต์ 2569 ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงาน

สสส.และภาคีเครือข่าย เผยบทเรียนสงกรานต์ 2569 ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงาน อุบัติเหตุลด แต่ความรุนแรงเพิ่ม ชี้ 38% ของผู้เสียชีวิตคือเสาหลักครอบครัว

มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยผลวิเคราะห์อุบัติเหตุสงกรานต์ปีล่าสุด พบสถิติภาพรวมลดลงเกือบ 20% แต่ดัชนีความรุนแรงพุ่งสวนทาง เผยข้อมูลน่าตกใจ “คนตายใกล้บ้าน” ในระยะไม่เกิน 10 กม. สูงลิ่ว เหตุไม่สวมหมวกนิรภัย-แอลกอฮอล์รุกหนักพื้นที่เล่นน้ำ เตรียมผลักดัน “สงกรานต์ไร้เหล้า” เป็นวาระแห่งชาติ รณรงค์ต่อเนื่องตลอดปี 365 วัน

ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา กรุงเทพมหานคร โดย มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) จัดประชุมถอดบทเรียนอุบัติเหตุสงกรานต์ พบว่า ช่วงเทศกาลปีนี้การเดินทางเพิ่มขึ้น 0.8% แม้ราคาน้ำมันสูง แต่จำนวนอุบัติเหตุรวมลดลงเหลือ 1,242 ครั้ง ลดลงกว่า 19% ขณะที่ผู้เสียชีวิต 242 ราย ลดลง 4.35%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความรุนแรงเพิ่มขึ้นชัดเจน จากอุบัติเหตุทุก 100 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 16 คน เป็น 19.48 คน สะท้อนว่าอุบัติเหตุน้อยลง แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วมักรุนแรงถึงชีวิต ข้อมูลเชิงลึกจาก ศวปถ. ระบุว่า กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือ เด็กและเยาวชนอายุ 0–24 ปี ตามด้วยวัยทำงาน 20–29 ปี โดย 67.86% เป็นเพศชาย ที่น่ากังวลคือ 38% ของผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว ส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของครัวเรือนในระยะยาว

นอกจากนี้ พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิด ใกล้บ้าน ถึง 83% เสียชีวิตในพื้นที่ตำบลหรืออำเภอของตนเอง และ 88% เกิดบนเส้นทางที่ใช้ประจำ โดยกว่า 60% เสียชีวิตในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากบ้าน สาเหตุสำคัญคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และประมาทในเส้นทางคุ้นเคย

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับต้น ๆ ได้แก่ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และดื่มแล้วขับ ขณะที่รถจักรยานยนต์ยังคงเป็นประเภทรถที่เกิดเหตุสูงสุด และมากกว่าครึ่งของผู้ประสบเหตุไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมเตือนว่า แม้ภาพรวมอุบัติเหตุลดลง แต่ ความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำยังน่าห่วง จากการขาดการจัดระเบียบ และการขยายกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่พื้นที่สงกรานต์ทั้งแบบมีโซนนิ่งและไม่มีโซนนิ่ง ส่งผลให้เกิดการดื่มตลอดวัน และเพิ่มความเสี่ยง “คนเมาเต็มถนน”

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ระบุว่า แม้อุบัติเหตุโดยรวมลดลง แต่ความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล จากการขาดการจัดระเบียบและการแทรกซึมของการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังการผ่อนคลายมาตรการด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดสภาพคนเมาเต็มถนน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทและอุบัติเหตุทั้งในกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยว

ที่ผ่านมาพื้นที่ต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเหล้าก็สนุกได้ เช่น สีลม สยาม ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม รวมถึงพื้นที่เอกชนอย่างไลม์ไลท์ จ.ภูเก็ต ที่จัดงานสงกรานต์โนแอล ต่อเนื่องยาวนาน และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเสนอ 3 แนวทาง สำคัญจากการถอดบทเรียนครั้งนี้ ได้แก่

  1. ให้ชุมชนร่วมกำหนดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยเป็นกติกาสังคม
  2. จัดช่องทางพิเศษสำหรับรถฉุกเฉินในจุดเล่นน้ำขนาดใหญ่
  3. ฟื้นคุณค่าวัฒนธรรมสงกรานต์ แทนการยึดโยงกับแอลกอฮอล์

พร้อมผลักดันแนวคิดสงกรานต์ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ เป็นวาระแห่งชาติ และขยายการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนตลอด 365 วัน เพื่อปกป้องชีวิตเด็ก เยาวชน และประชากรวัยทำงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ

ข่าว : ศุภกิตติ์ คุณา